ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

บาร์โตเมว ตัดสินใจลาออก และนี่คือ 10 ดีลล้มเหลวในยุคเขา
ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว / เกื้อบ้านไกล

นี่อาจจะเป็นข่าวดีที่แฟนบอลรอคอยมาเนิ่นนานตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เมื่อในที่สุด โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ลาออกจากตำแหน่งสโมสรเรียบร้อยเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

บารโตเมว วัย 57 ปี ผู้เข้ามารับตำแหน่งประธานอาซูลกราน่าต่อจาก ซานโดร โรเซลล์ ในปี 2014 ได้รับกระแสโจมตีจากแฟนบอลอย่างหนัก เพราะถูกมองว่าเป็นต้นเหตุความล้มเหลวทั้งหมดของทีม หนำซ้ำเขายังไปมีปัญหาผิดใจกับ ลิโอเนล เมสซี่ จนนักเตะต้องการย้ายออกจากทีม แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจเพราะไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาลกับสโมสรอันเป็นที่รัก

นอกจากเรื่องที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว นโยบายการเสริมทัพของทีมในยุคบาร์โตเมว ถูกตั้งคำถามมาตลอด เพราะนับตั้งแต่คว้า หลุยส์ ซัวเรซ ,มาร์ก อันเดร แตร์ สเตเก้น และ อีวาน ราคิติช เข้ามา พวกเขาก็ไม่ได้เสริมทัพแบบชาญฉลาดอีกเลย ทั้งที่ใช้เงินไปอย่างบ้าคลังราวๆ 806 ล้านยูโร

และนี่คือ 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคที่ บาร์โตเมว เป็นประธานสโมสร นับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

10. เฌเรมี่ มาติเยอ | 20 ล้านยูโร

ในซัมเมอร์ปี 2014 ที่ บาร์เซโลน่าคว้า เฌเรมี่ มาติเยอ มาในช่วงไล่เรี่ยกับ ดีลของ แตร์-สเดเก้น และ ซัวเรซ ซึ่งเป็นการเสริมทัพที่ทดแทนการขาดหายไปของ การ์เลส ปูโยล และ เอริค อบิดัล แต่แน่นอนว่ามันเป็นงานที่หนักเกินความสามารถของกองหลังชาวฝรั่งเศส

ลูกยิงฟรีคิกสุดสวยใส่ เอลเช่ ในเกมโกปา เดล เรย์ และประตูในเกม เอล กลาซิโก้ น่าจะเป็นช่วงเวลาที่แฟนบาร์ซ่าจดจำ มาติเยอ ในถิ่น คัมป์ นู ได้มากที่สุด และหลังจากนั้นอีก 3 ปี อดีตกองหลังบาเลนเซีย ก็ถูกปล่อยออกทีม และย้ายซบ สปอร์ติ้ง ลิสบอน แบบไร้ค่าตัว

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

9.ลูก้าส์ ดีญ | 16.5 ล้านยูโร

แฟนอาซูลกราน่าหลายคนมองว่านี่เป็นการซื้อที่ไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก เมื่อสโมสรคว้า ดีญ ในปี 2016 เพื่อหวังว่าเขาจะสามารถแข่งขันแย่งตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวจริงกับ จอร์ดี้ อัลบา ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แต่การลงตลอด 46 นัดใน 2 ฤดูกาล ก็พิสูจน์ว่าเขาไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่ง อัลบา ได้เลย

ปัจจุบัน ดีญ ถูกยกให้เป็นแบ็คเบอร์ต้นๆในยุโรป และน่าจะทดแทน อัลบา ได้แล้ว แต่ติดตรงที่แบ็คชาวฝรั่งเศสไม่อยู่กับทีมกาตาลุนยาแล้ว หลังถูกขายให้กับ เอฟเวอร์ตัน ในปี 2018 และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ ‘ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน’ ในปัจจุบัน

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

8.โธมัส แฟร์มาเล่น | 18 ล้านยูโร

แฟร์มาเล่น ย้ายมาร่วมทีม บาร์เซโลน่า หลังทำผลงานได้ค่อนข้างดีตลอด 5 ปีกับ อาร์เซน่อล และถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเป็นหัวใจในแผงหลังของทีม โชคไม่ดีนักที่อาการบาดเจ็บกลายเป็นสิ่งที่รบกวนเขาตลอดและรุนแรงมากๆยามค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู

กองหลังชาวเบลเยี่ยม ลงเล่นเพียงนัดเดียวในฤดูกาลแรกของเขากับทีม หลังหายหน้าไปเกือบปีนับตั้งแต่เซ็นสัญญาในปี 2014 แม้จะพอมีส่วนร่วมกับทีมบ้างในเวลาต่อมา แต่ก็ไม่ใช่ตัวหลักที่แฟนคาดหวังอีกต่อไป โดยปัจจุบัน แฟร์มาเล่น ย้ายไปค้าแข้งกับ วิสเซล โกเบ ตั้งแต่ปี 2019

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

7.อังเดร โกเมส | 35 ล้านยูโร

โกเมส ถูกคว้ามาร่วมทีมพร้อมๆกับ ดีญ ในฤดูกาล 2016-17 แต่ดีลของเขาเป็นที่ตื่นเต้นของสาวกบาร์ซ่ามากเป็นพิเศษ เนื่องจากฟอร์มที่โดดเด่นกับ บาเลนเซีย ในฤดูกาลก่อน ซึ่งดูเป็นการเสริมทัพที่ชาญฉลาดของทีมยุคบาร์โตเมว ทว่าอย่างที่หลายคนทราบกันว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจริงๆมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเท่าไหร่

แม้ทำผลงานได้ดีในช่วงแรกๆ ด้วยการแอสซิสต์ 2 ประตูในเกม สแปนิช ซุปเปอร์ คัพ พบ เซบีย่า แต่ฟอร์มของเขากลับค่อยๆตกลงเรื่อยๆหลังจากนั้น จบฤดูกาล กองกลางทีมชาติโปรตุเกส ถูกโหวตให้เป็นการเสริมทัพที่แย่ที่สุดในลาลีก้าปีนั้้น โดย มาร์ก้า สื่อดังแดนกระทิง และได้ลงเล่น 31 นัดในฤดูกาลต่อมา ก่อนจะปล่อยให้ เอฟเวอร์ตัน ยืมตัวไปใช้งาน และขายขาดถาวรในปี 2019

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

6.มาร์ติน เบรธเวท | 18 ล้านยูโร

อาจไม่ใช่ดีลแย่ที่สุด แต่บางทีอาจเป็นการเสริมทัพที่ถูกแฟนก่นด่ามากที่สุดในยุคบาร์โตเมว  หลังจาก อุสมาน เดมเบเล่ เจ็บหนักต้องพักยาว รวมถึงหลุยส์ ซัวเรซ ที่ต้องผ่าเข่า ทำให้สโมสรยื่นเรื่องต่อ ลาลีก้า เพื่อเสริมทัพนอกเหนือช่วงตลาดซื้อขายปกติ และทั้งหมดนี่นำไปสู่การคว้า มาร์ติน เบรธเวท มาร่วมทีม

เลกาเนส ต้นสังกัดที่ไม่เต็มใจขายเท่าไหร่ต้องยอมปล่อย เบรธเวท ออกจากทีมไป หลังบาร์ซ่ายอมจ่ายค่าฉีกสัญญา และถูกปฏิเสธการหาตัวแทนอีกด้วย ส่งผลให้พวกเขาตกชั้นในเวลาต่อมา ทว่าการย้ายทีมครั้งนี้ก็ไม่ส่งผลดีต่อทีมแคว้นกาตาลันด้วยเช่นกัน เมื่อหอกทีมชาติเดนมาร์กยิงเพียงลูกเดียวจากลงสนาม 11 นัด

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

5.มัลค่อม | 41 ล้านยูโร

บาร์เซโลน่า รับบทเป็นจอมปาดหน้าเค้กด้วยการคว้า มัลค่อม จาก บอร์กโดซ์ ที่กำลังจะย้ายไปร่วมทีม โรม่า และเปิดตัวอย่างเป็นทางการอยู่รอมร่อในปี 2018 ซึ่งทำให้ ‘หมาป่ากรุงโรม’ หัวเสียสุดถึงขนาดที่ มอนชี่ ผู้อำนวยการกีฬา เตรียมยื่นฟ้องบาร์ซ่าด้วย

ทว่าปัญหาต่อมาที่ บาร์โตเมว ต้องเผชิญ และอาจจะหนักหนากว่าด้วยซ้ำก็คือ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของทีมในตอนนั้นไม่ได้ตื่นเต้นกับการมาของ ปีกชาวบราซิลเลี่ยน เท่าไหร่ อีกทั้งนี่ยังไม่ใช่นักเตะที่เขาต้องการด้วยซ้ำ โดย มัลค่อม ลงเล่นเพียง 15 นัดเท่านั้น ก่อนขายให้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในซัมเมอร์ต่อมา

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

4.อองตวน กรีซมันน์ | 120 ล้านยูโร

กรีซมันน์ ยังต้องพิสูจน์ตัวต่อไป หลังทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในฤดูกาลที่ผ่านมากับ บาร์เซโลน่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายคนจะคาดหวัง เมื่อ อดีตกองหน้า เรอัล โซเซียดาด และ แอตเลติโก มาดริด ย้ายมาร่วมด้วยค่าตัวสูงถึง 120 ล้านยูโร เมื่อซัมเมอร์ก่อน พร้อมๆกับ แฟรงกี้ เดอ ยอง 

ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับ หอกชาวฝรั่งเศส คือระบบการเล่นในทีมบาร์ซ่าที่มีอิสระค่อนข้างสูง และถูกจับออกไปเล่นด้านข้างอยู่บ่อยครั้งในระบบ 4-3-3 แตกต่างจากสมัยที่เล่นให้ ‘ตราหมี’ ซึ่งจะมี อัลบาโร่ โมราต้า หรือ ดีเอโก้ คอสต้า คอยช่วยเหลือประสานงานในแดนหน้าร่วมกันเสมอ

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

3.อุสมาน เดมเบเล่ | 105 ล้านยูโร

ค่าตัวของ เดมเบเล่ คือค่าตัวราวๆครึ่งหนึ่งที่ บาร์เซโลน่า ได้จากการขาย เนย์มาร์ ให้ เปแอสเช ในปี 2017 แต่สิ่งที่เขาแสดงออกมาให้เห็นในทีมกลับทำได้ไม่ถึงครึ่งที่สโมสรเสียไปด้วยซ้ำ

ปีกชาวฝรั่งเศส ย้ายจาก ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีมพร้อมสถิติแข้งค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสโมสร พร้อมกับสวมเสื้อเบอร์ 11 ที่เนย์มาร์ทิ้งไว้ แต่อาการบาดเจ็บกลับรบกวนเขาบ่อยๆนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนบางครั้งเขาหายหน้าจากทีมไปพักใหญ่เลย 

แต่สิ่งที่น่าหนักใจที่สุดคือ ปัญหาด้านทัศนคติและการขาดวินัยของ เดมเบเล่ ทั้งการเล่นเกมดึกดื่นจนขาดซ้อม หรือฟอร์มการเล่นที่ขาดความสม่ำเสมอ จนทำให้เขาตกเป็นข่าวว่าเตรียมถูก บาร์ซ่า โละออกจากทีมในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

2.อาร์ด้า ตูราน | 34 ล้านยูโร

การถูกแบนห้ามซื้อนักเตะของ บาร์เซโลน่า ในปี 2015 ทำให้ อาร์ด้า ตูราน ที่คว้ามาร่วมทีมในซัมเมอร์ปีนั้น ไม่สามารถลงเล่นให้ทีมได้จนกว่าจะถึงเดือนมกราคมปีหน้า และหลังจากรอคอยอันยานานสิ้นสุดลง กองกลางชาวตุรกีก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

มีทฤษฎีสมคบคิดจากแฟนๆอาซูลกราน่าที่มองว่า การคว้า ตูราน ไม่ใช่เรื่องในสนาม แต่เป็นเพราะสโมสรมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสปอนเซอร์จากแดนไก่งวงต่างหาก

ทันทีที่ บัลเบร์เด้ เข้ามากุมบังเหียนทีมในนปี 2017 อดีตแข้งแอตเลติโก้ มาดริด ก็ไม่ได้อยู่ในแผนทำทีมของเขา ที่แย่ไปกว่านั้น เขาโดนแฟนบอลทีมตัวเองโห่ใส่, ถูกโจมตีว่ามีน้ำหนักมากเกินไป ช่างเป็นช่วงเวลา 3 ปีสุดหายนะของ ตูราน ในสโมสรจากกาตาลุนย่าจริงๆ

ตูราน ย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดกับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ในปี 2018 จากนั้นจึงย้ายไปเล่นกับ กาลาตาซาราย สโมสรแรกที่เขาค้าแข้ง เมื่อซัมเมอร์ปีนี้

ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

1.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ | 120 ล้านยูโร

คูตินโญ่ ถูกมองว่าเป็นตัวแทนที่เข้ามาเติมช่องว่างที่ เนย์มาร์ เพื่อนซี้ในทีมชาติ ทิ้งไว้กับ บาร์เซโลน่า หลังย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาร่วมทีมในเดือนมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตัวกว่า 120 ล้านยูโร

ทว่าเพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิลเลี่ยน กลับไม่สามารถหาฟอร์มเก่งได้ในถิ่น คัมป์ นู ผิดกับ หงส์แดง นำเงินที่ได้ก่อนนั้นมาคว้า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกและถ้วยยุโรปในเวลาต่อมา

คูตี้ ถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมไปใช้งานในปี 2019 พร้อมกับเรียกความมั่นใจได้พอสมควรกับการคว้าทริปเบิ้ลแชมป์กับ เสือใต้ โดยมีไฮไลท์ในแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการยิง 2 ประตูเขี่ย บาร์ซ่า ต้นสังกัดที่แท้จริงของเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์ 8-2

และนี่ก็คือ ลูกไม้ใต้ต้น : ซื้อใครมาก็พัง : 10 ดีลสุดล้มเหลวของบาร์เซโลน่าในยุคบาร์โตเมว

สปอร์ตพูลออนไลน์ เจาะลึกทุกสนาม ตามติดทุกลีก ติดตามผลบอล วิเคราะห์บอล สปอร์ตพูล

ติดตามเพจ facebook Sportpool