พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ

งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"
พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"

พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ

งานไม่ง่ายของ “อัซซูรี่”

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับนานาชาติอย่าง ยูโร 2020 ในเวอร์ชั่นที่โยกมาแข่งในปี 2021 เพราะพิษโควิด-19 ก็จะได้ฤกษ์ฟาดแข้งในสุดสัปดาห์แล้ว

งานนี้เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยให้กับแฟนๆ สปอร์ตพูล ออนไลน์ เราจะพาไปรู้จักทั้ง 24 ทีมที่ผ่านเข้ามายังรอบสุดท้าย โดยเริ่มต้นที่สายเอ ที่ดูจากชื่อชั้นทีมแล้ว อิตาลี อาจดูดีสุด แต่ก็คงต้องออกแรงเหนื่อยไม่น้อย

พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"

อิตาลี

แรงกิ้งปัจจุบัน : 7

ผลงานที่ดีที่สุด : แชมป์ 1 สมัย (1968)

เส้นทางสู่ยูโร 2020

ในรอบคัดเลือก อิตาลี ถูกจับอยู่ในกลุ่ม เจ ร่วมกับ ฟินแลนด์, กรีซ, บอสเนีย, อาร์เมเนีย และ ลิกเตนสไตน์ ซึ่งลูกทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นเพียง 2 ชาติที่ชนะรวดทั้ง 10 นัดเคียงคู่กับ เบลเยี่ยม

อิตาลี ชุดนี้ มันโช่ เน้นให้โอกาสสายเลือดใหม่โดยตัวเก๋าๆ ที่ยังคงเป็นตัวหลักเหลือแค่ เลอันโดร โบนุชชี่ กับ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ที่ช่วยประคองเกมรับ เห็นผลงานยิง 37 เสียแค่ 4 ประตู บอกเลยว่า อัซซูรี่ ชุดนี้ถือว่าพร้อมรบเลยทีเดียว 

สตาร์เด่น

นิโคโล่ บาร์เรลล่า

จริงๆ อิตาลี ชุดนี้คาดหวังกับ นิโคโล่ ซานิโอโล่ ที่เป็นแฟนตาซิสต้า คนใหม่ที่หลายคนจับตา แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเจ้าตัวบาดเจ็บหนักจนไม่ได้ลงสนามให้กับ โรม่า เลยตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้คนที่ดูดีที่สุดนาทีนี้น่าจะหนีไม่พ้น บาร์เรลล่า

กองกลางวัย 24 ปีเป็นตัวหลักที่ช่วยพา อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้ครั้งแรกในรอบ 11 ปี แถมถูกเลือกให้เป็นกองกลางยอดเยี่ยมของลีกในซีซั่นนี้ด้วย งานนี้การทำเกมของเขาจะเป็นคีย์แมนสำคัญเลยว่า อัซซูรี่ จะไปได้ไกลแค่ไหน

ความคาดหวัง

แม้ อิตาลี ของ มันชินี่ จะมีผลงานที่สวยหรูในรอบคัดเลือก แต่เอาจริงๆ อิตาลี เป็นชาติใหญ่ที่แทบไม่มีสตาร์ระดับเกรดเอ เลยในทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่เหมือนยุคก่อนๆ ที่เคยมีทั้ง โรแบร์โต้ บัจโจ้, อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ หรือ ฟรานเชสโก้ ต็อตติ

เรื่องผ่านรอบแรกยังมั่นใจว่ายอดทีมจากแดนมักกะโรนี คงทำได้ตามเป้าหมายแน่ แต่ก็น่าจะเหนื่อยหน่อยเพราะทั้ง สวิตเซอร์แลนด์, เวลส์ และ ตุรกี มาตรฐานระดับเกรดบีเท่ากันหมด ไม่มีสมันมาติดอยู่ในกลุ่มให้เฉือดเลย

ปัญหาใหญ่ของ อิตาลี น่าจะอยู่ที่แนวรุก ชิโร่ อิมโมบิเล่ อาจเก่งกาจในลีกตัวเอง แต่เวลาเล่นทีมชาติมักตีนบอด พอไปเจอทีมเกรดเดียวกันลำพังแท็กติกและทีมเวิร์กจะดีพอเอาชนะและเข้ารอบลึกๆ ได้หรือไม่ น่าติดตามไม่น้อยเลย

พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"

ตุรกี

แรงกิ้งปัจจุบัน : 29

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบรองฯ (2008)

เส้นทางสู่ยูโร 2020 

จริงๆ กลุ่มในรอบคัดเลือกของ ตุรกี ถือว่าไม่ง่ายเลย เพราะพวกเขาต้องเจอกับแชมป์โลก ฝรั่งเศส และ ไอซ์แลนด์ ทีมที่ผ่านไปเล่นเวิลด์ คัพ รอบสุดท้ายในปี 2018 ทว่าลูกทีมของ เซนอล กูเนส ทำผลงานได้ดีเกินคาดคว้าอันดับ 2 ของกลุ่มมาได้

โดยทีม “ไก่งวง” ไม่แพ้ในการเจอกับทีม “ตราไก่” เลย ชนะ 2-0 และเสมอ 1-1 ถ้าไม่ไปพลาดแพ้่ ไอซ์แลนด์ พวกเขาคงได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะของแชมป์กลุ่ม เอช ไปแล้ว

สตาร์เด่น

บูรัค ยิลมาซ

หัวหอกลายครามวัย 35 ปี กลายเป็นขิงแก่ที่มาร้อนแรงมากๆ เอาตอนแก่ ฤดูกาลล่าสุดย้ายไปอยู่กับ ลีลล์ ในลีก เอิง จัดไปเบาะๆ 16 ประตูพาทีมปาดหน้า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์ลีกไปได้แบบหน้าตาเฉย

ยิลมาซ โลดแล่นในทีมชาติตุรกี มานานตั้งแต่ปี 2006 ผลงานรวมๆ ก็มาตรฐานดียิงไป 29 ประตูจากการลงเล่น 67 นัด การที่ กูเนส กล้าตัดชื่อ เซงค์ โตซุน ดาวซัลโวสูงสุดในรอบคัดเลือกออกจากทีม แสดงให้เห็นว่าพวกเขาคาดหวังกับหัวหอกกัปตันทีมรายนี้แค่ไหน

ความคาดหวัง

ตุรกี ช่วงหลังล้มเหลวไม่ได้เล่นรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง บอลโลก 4 หนหลังสุดไม่ผ่านคัดเลือก ส่วนในยูโร 2016 ก็ผลงานไม่ดีร่วงตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ดังนั้นการเป้าหมายแรกของรายการนี้ยังไงก็คงเป็นขอผ่านสู่รอบน็อกเอาท์ไว้ก่อน

ซึ่งดูจากขุมกำลังที่ส่วนใหญ่เป็นแข้งสายเลือดใหม่ที่ผลงานดี ทำให้ผลลัพธ์ของทีมชาติช่วงหลังก็กระเตื้องขึ้นเยอะ การจับคู่เซนเตอร์ระหว่าง เมริห์ เดมิราล กับ ชัคลาร์ โซยุนซู คือจุดแข็งของทีมเลยก็ว่าได้ งานนี้ถ้าเหนียวแน่นหนึบพอ ตุรกี ก็มีลุ้นไปไกลได้อยู่

พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"

เวลส์

แรงกิ้งปัจจุบัน : 17

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบรองฯ (2016)

เส้นทางสู่ยูโร 2020 

การต้องมาอยู่ในกลุ่มอี ที่มีทีมที่มาตรฐานใกล้เคียงกันถึง 4 ทีม ทำให้ เวลส์ ต้องลุ้นเหนื่อยทีเดียวกว่าจะได้ตั๋วสู่รอบสุดท้าย โดยนัดสุดท้ายพวกเขามี 11 แต้ม ตามหลัง ฮังการี 1 คะแนน โดยมี สโลวาเกีย ที่มี 10 แต้มเป็นตาอยู่รอเสียบ

อย่างไรก็ตาม มังกรแดง ยังเก๋าพอพวกเขาเปิดบ้านอัด ฮังการี 2-0 อารอน แรมซี่ย์ เหมาคนเดียว 2 ประตู พาทีมคว้าอันดับ 2 ตามหลัง โครเอเชีย เข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ  

สตาร์เด่น

แกเร็ธ เบล

แม้ดาวเตะฉายา “พญาวานร” จะมีช่วงขาลงใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ไม่ได้รับโอกาสมากพอในทีม เรอัล มาดริด ของซีเนอดีน ซีดาน พอย้ายมาบ้านเก่าอย่าง สเปอร์ส ก็มีเปรี้ยงปร้างแค่ช่วงครั้งช่วงคราว

ทว่าถ้าเทียบกับเพื่อนๆ มังกรแดง ก็ไม่มีใครที่จะมีชื่อชั้นดีกว่าเขาแล้ว ยิ่ง แรมซี่ย์ ก็ออดๆ แอดๆ ไม่ค่อยได้ลงกับ ยูเวนตุส เหมือนกัน ดังนั้นทัวร์นาเมนต์นี้ เบล คงต้องเป็น เดอะ แบก ของทีมอีกครั้ง เหมือนกับเมื่อ 4 ปีก่อน

ความคาดหวัง

เวลส์ อาจจะมีผลงานที่ดีในยูโร 2016 ที่ทำเซอร์ไพรส์ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ แต่หนนี้น่าคงฉายหนังซ้ำสองได้ยากอยู่ ปัญหาหลักเลยคือกุนซือของพวกเขาอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ ยังพัวพันคดีทำร้ายร่างกาย ทำให้ช่วงนี้อาจะเป็น โรเบิร์ต เพจ ที่คุมทีมแทน ซึ่งไม่รู้ว่าจะหมู่จะจ่าแค่ไหน

นอกจากนี้ขุมกำลังแม้จะมีสายเลือดใหม่ขึ้นมาบ้าง แต่หลายๆ คนก็ยังไม่ได้เป็นตัวหลักของสโมสรตัวเองเลย ส่วนสตาร์อย่าง เบล กับ แรมซี่ย์ ก็ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่พีกเหมือน 4 ปีก่อน ดังนั้นหนนี้ถ้าผ่านรอบแรกได้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว

พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ งานไม่ง่ายของ "อัซซูรี่"

สวิตเซอร์แลนด์

แรงกิ้งปัจจุบัน : 13

ผลงานที่ดีที่สุด : รอบ 16 ทีม (2016)

เส้นทางสู่ยูโร 2020 

ในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาทีมจากแดนนาฬิกา ไม่ได้เจองานที่ยากมากนัก แม้พวกเขาจะเอาชนะในการเจอกับ เดนมาร์ก ไม่ได้เลยทั้งเหย้าและเยือน แต่กลับทีมอื่นๆ ที่เกรดต่ำกว่า สวิตเซอร์แลนด์ สามารถเก็บชัยได้อย่างไรปัญหา

การเจอกับ จอร์เจีย และ ยิบรอลตาร์ เหมือนการซ้อมเกมรุกด้วยซ้ำ 4 นัดที่ลงเล่นยิงไปถึง 13 ประตู ลูกทีมของ วลาดิเมียร์ เพตโควิช แทบจะตีตั๋วได้ตั้งแต่เกมที่ 6 ที่ แฮร์ริส เซเฟโรวิช และ เอดิมิลสัน เฟร์นานเดซ ช่วยกันยิงชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง ไอร์แลนด์

สตาร์เด่น

กรานิต ชาก้า

สตาร์ดังจาก อาร์เซนอล อาจไม่เป็นที่รักเท่าไรสำหรับแฟนบอล “ปืนโต” แต่กลับทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ เขาคือหัวใจในแดนกลางของทีมเลย โดยเป็นทั้งคนคุมจังหวะ เป็นทั้งกัปตันทีม เป็นผู้นำที่ลงสนามในนามทีมชาติไปแล้วถึง 94 นัด

ทีมแดนนาฬิกาของ เพตโควิช เป็นบอลเน้นทีมเวิร์ก แนวรุกอาศัยช่วยกันเล่นช่วยกันยิง อย่างรอบคัดเลือกดาวซัลโวสูงสุดยิงได้แค่ 2 ประตู ซึ่ง 1 ใน 2 คนนั้นก็ยังเป็น กรานิต ชาก้า เนี่ยแหละ ดูแล้วลูกยิงไกลของเขาน่าจะเป็นอีกหนึ่งทีเด็ดที่ทีมคาดวหวังเลย

ความคาดหวัง

นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1994 แม้ส่วนใหญ่ สวิตเซอร์แลนด์ จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายของศึกใหญ่ได้บ่อยครั้ง แต่เต็มที่พวกเขาก็ไปได้ไกลที่สุดแค่รอบ 16 ดังนั้นเป้าหมายของทีมเอาง่ายๆ คือทำให้เกินมาตรฐานของตัวเอง ถ้าไปถึงรอบ 8 ทีมได้ก็โอเคแล้ว

อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์จากมาตรฐานทีมของ เพตโควิช พวกเขาเป็นทีมสมดุลที่ไม่มีจุดเด่นอะไรเป็นหลัก การถูกจับมาอยู่กับ เวลส์, ตุรกี และ อิตาลี ซึ่งพูดตรงๆ ว่าไม่ง่ายเลย หาก สวิส ไม่ท็อปฟอร์มจริงๆ ก็ยากอยู่ที่จะผ่านเข้ารอบได้

                                                                                                                                                                             และนี่ก็คือ พรีวิวยูโร 2020 : กลุ่ม เอ 

สปอร์ตพูลออนไลน์ เจาะลึกทุกสนาม ตามติดทุกลีก ติดตามผลบอล Fantasy Premier League ไทย