พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ข่าวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อัพเดทความเคลื่อนไหว ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ข่าวนักฟุตบอลลีกอังกฤษ

ข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

เรื่องเล่าพรีเมียร์ลีก

ADS

รับชมฟุตบอลออนไลน์ ได้ที่

ความเคลื่อนไหวพรีเมียร์ลีก สโมสร นักฟุตบอล

ADS

Premier League พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1992 ภายใต้การดูแลและบริหารของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือที่รู้จักกันในนาม เอฟเอ โดยในแต่ละฤดูกาลจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 20 สโมสร ซึ่ง 3 ทีมจากท้ายตาราง จะร่วงตกชั้นสู่ลีกรองอย่าง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน, ลีก ทู และ คอนเฟเรนช์ ไล่เรียงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละหน้าปฏิทิน

จุดเด่นที่ทำให้ผู้คนสนใจการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากที่สุดในโลก นอกจากบรรดานักฟุตบอลชื่อดังแล้ว ยังเป็นเพราะเวทีนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความเข้มข้นสูสีมากที่สุดในโลก แต่ละซีซั่นจะมีทีมลุ้นแย่งแชมป์มากหน้าหลายตา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีมากถึง 6 สโมสร ไล่ตั้งแต่ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ส่วนอดีตที่ผ่านมา มี 6 สโมสรที่เคยลิ้มรสโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบ่งออกเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย, เชลซี 5 สมัย, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 สมัย, อาร์เซนอล 3 สมัย, เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อีก 1 สมัย ไล่เรียงกันไปตามช่วงเวลาที่เป็นยุคทองของแต่ละทีม

แถม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังได้ชื่อว่าเป็นลีกฟุตบอลที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก เพราะหากรวมตั้งแต่สมัยใช้ชื่อเดิมอย่าง ดิวิชั่น 1 ก็ต้องย้อนกลับไปช่วงปี 1888 กินเวลานานกว่า 132 ปี และขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่ทำเงินสูงที่สุดจากสปอนเซอร์และลิขสิทธิการถ่ายทอดสด จนสามารถการันตีเงินรางวัลให้แก่ทีมอันดับสุดท้ายได้อย่างน้อย 100 ล้านปอนด์ แม้ต้องร่วงตกชั้นก็ตาม

ซึ่งด้วยความเข้มข้นและความมันในการแย่งโทรฟี่แชมป์, โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรป้า ลีก ไปจนถึงการดิ้นรนหนีตกชั้น แต่ละแมตช์จึงมีความหมายอย่างมาก และเพื่อเป็นการเอาใจสาวกผู้ชื่นชอบเกมลูกหนังอังกฤษ ทีมงานเว็บไซต์ Sportpool จึงจัดหนักจัดเต็มด้วยบทวิเคราะห์จากกูรูลูกหนังชื่อดัง ที่จะนำข้อมูลร้อน ๆ ก่อนแข่ง มาเสิร์ฟให้คุณได้ทำการตัดสินใจเลือกวางเดิมพันเลือกเชียร์ทีมที่ใช่ทีมที่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นผลงานการเล่นล่าสุดตามเชิงสถิติ ทั้งการเล่นในสังเวียนเหย้า และการสวมบทอาคันตุกะออกไปเยือน รวมถึงสถิติการแข่งขันที่เคยพบกัน หรือ H2H ของแต่ละคู่ เรียกได้ว่าคุณจะไม่มีพลาดข้อมูลสำคัญในส่วนนี้ที่จะผ่านการถ่ายทอดจากเว็บไซต์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยตรง ไม่มีกั๊กไม่มีหมกเม็ด แถมยังตรวจสอบผลการแข่งขันย้อนหลัง และอันดับตารางคะแนนได้ด้วย

เช่นเดียวกับในส่วนของความพร้อม-สภาพทีม ทางทีมงานเว็บไซต์ Sportpool พร้อมอัพเดตข้อมูลเชิงลึกของสโมสรต่าง ๆ ในแต่ละสัปดาห์ ให้คุณได้ทราบก่อนทำกำไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บ ใครลงเล่นได้ ใครลงเล่นไม่ได้ ใครยังต้องรอทดสอบความฟิต ใครติดโทษแบน รับประกันตรวจสอบมาอย่างดีไม่มีมั่ว พร้อมบทวิเคราะห์แผนการเล่นที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด จากทีมงานภาคสนามที่เกาะติดทุกเกมตลอด 365 วัน

เท่านั้นไม่พอ คุณยังสามารถตรวจสอบทรรศนะจากกูรูมืออาชีพของเรา เพื่อช่วยเพิ่มเติมความมั่นใจ หรือหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เรียกได้ว่าหากคุณคือแฟนบอลตัวจริงเสียงจริง ที่รักในการเชียร์ฟุตบอล และชื่นชอบในการทำกำไรจากฟุตบอล เว็บไซต์ Sportpool คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณกำลังตามหา เพราะเราได้รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการมาไว้ที่นี่แล้วฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ก่อตั้งเมื่อปี 1992 ภายใต้การดูแลและบริหารของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือที่รู้จักกันในนาม เอฟเอ โดยในแต่ละฤดูกาลจะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 20 สโมสร ซึ่ง 3 ทีมจากท้ายตาราง จะร่วงตกชั้นสู่ลีกรองอย่าง เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน, ลีก ทู และ คอนเฟเรนช์ ไล่เรียงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละหน้าปฏิทิน

จุดเด่นที่ทำให้ผู้คนสนใจการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากที่สุดในโลก นอกจากบรรดานักฟุตบอลชื่อดังแล้ว ยังเป็นเพราะเวทีนี้ได้รับการยกย่องว่ามีความเข้มข้นสูสีมากที่สุดในโลก แต่ละซีซั่นจะมีทีมลุ้นแย่งแชมป์มากหน้าหลายตา โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีมากถึง 6 สโมสร ไล่ตั้งแต่ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, อาร์เซนอล และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ส่วนอดีตที่ผ่านมา มี 6 สโมสรที่เคยลิ้มรสโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แบ่งออกเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย, เชลซี 5 สมัย, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 สมัย, อาร์เซนอล 3 สมัย, เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อีก 1 สมัย ไล่เรียงกันไปตามช่วงเวลาที่เป็นยุคทองของแต่ละทีม

แถม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังได้ชื่อว่าเป็นลีกฟุตบอลที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก เพราะหากรวมตั้งแต่สมัยใช้ชื่อเดิมอย่าง ดิวิชั่น 1 ก็ต้องย้อนกลับไปช่วงปี 1888 กินเวลานานกว่า 132 ปี และขึ้นชื่อว่าเป็นลีกที่ทำเงินสูงที่สุดจากสปอนเซอร์และลิขสิทธิการถ่ายทอดสด จนสามารถการันตีเงินรางวัลให้แก่ทีมอันดับสุดท้ายได้อย่างน้อย 100 ล้านปอนด์ แม้ต้องร่วงตกชั้นก็ตาม

ซึ่งด้วยความเข้มข้นและความมันในการแย่งโทรฟี่แชมป์, โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรป้า ลีก ไปจนถึงการดิ้นรนหนีตกชั้น แต่ละแมตช์จึงมีความหมายอย่างมาก และเพื่อเป็นการเอาใจสาวกผู้ชื่นชอบเกมลูกหนังอังกฤษ ทีมงานเว็บไซต์ Sportpool จึงจัดหนักจัดเต็มด้วยบทวิเคราะห์จากกูรูลูกหนังชื่อดัง ที่จะนำข้อมูลร้อน ๆ ก่อนแข่ง มาเสิร์ฟให้คุณได้ทำการตัดสินใจเลือกวางเดิมพันเลือกเชียร์ทีมที่ใช่ทีมที่ชอบ

ไม่ว่าจะเป็นผลงานการเล่นล่าสุดตามเชิงสถิติ ทั้งการเล่นในสังเวียนเหย้า และการสวมบทอาคันตุกะออกไปเยือน รวมถึงสถิติการแข่งขันที่เคยพบกัน หรือ H2H ของแต่ละคู่ เรียกได้ว่าคุณจะไม่มีพลาดข้อมูลสำคัญในส่วนนี้ที่จะผ่านการถ่ายทอดจากเว็บไซต์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยตรง ไม่มีกั๊กไม่มีหมกเม็ด แถมยังตรวจสอบผลการแข่งขันย้อนหลัง และอันดับตารางคะแนนได้ด้วย

เช่นเดียวกับในส่วนของความพร้อม-สภาพทีม ทางทีมงานเว็บไซต์ Sportpool พร้อมอัพเดตข้อมูลเชิงลึกของสโมสรต่าง ๆ ในแต่ละสัปดาห์ ให้คุณได้ทราบก่อนทำกำไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาการบาดเจ็บ ใครลงเล่นได้ ใครลงเล่นไม่ได้ ใครยังต้องรอทดสอบความฟิต ใครติดโทษแบน รับประกันตรวจสอบมาอย่างดีไม่มีมั่ว พร้อมบทวิเคราะห์แผนการเล่นที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด จากทีมงานภาคสนามที่เกาะติดทุกเกมตลอด 365 วัน

เท่านั้นไม่พอ คุณยังสามารถตรวจสอบทรรศนะจากกูรูมืออาชีพของเรา เพื่อช่วยเพิ่มเติมความมั่นใจ หรือหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เรียกได้ว่าหากคุณคือแฟนบอลตัวจริงเสียงจริง ที่รักในการเชียร์ฟุตบอล และชื่นชอบในการทำกำไรจากฟุตบอล เว็บไซต์ Sportpool คือทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณกำลังตามหา เพราะเราได้รวบรวมทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการมาไว้ที่นี่แล้ว

ทีมใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2020/21

1. อาร์เซนอล Arsenal

2. แอสตัน วิลล่า Aston Villa

3. บอร์นมัธ Bournemouth

4. ไบรจ์ตัน Brighton & Hove Albion

5. เบิร์นลี่ย์ Burnley

6. เชลซี Chelsea

7. คริสตัล พาเลซ Crystal Palace

8. เอฟเวอร์ตัน Everton

9. เลสเตอร์ Leicester City

10. ลิเวอร์พูล Liverpool

11. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ Manchester City

12. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด Manchester United

13. นิวคาสเซิล Newcastle United

14. นอริช Norwich City

15. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด Sheffield United

16. เซาธ์แฮมป์ตัน Southampton

17. สเปอร์ส Tottenham Hotspur

18. วัตฟอร์ด Watford

19. เวสต์แฮม West Ham United

20. วูล์ฟส์ Wolverhampton Wanderers

 

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 มีม้าเพียง 3 ตัว ที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กัน แต่สุดท้าย ลิเวอร์พูล ที่ต่อยอดผลงานอันร้อนแรงจากซีซั่นก่อน กลายเป็นสโมสรที่ลอยลำจ่อเข้าป้ายคว้าแชมป์ และหากไม่ติดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การแข่งขันต้องพักไป ถึงเวลานี้พวกเขาคงชูถ้วยฉลองแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปี ไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนม้าอีก 2 ตัว ที่แผ่วปลาย หนึ่งในนั้นคือแชมป์เก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ปีนี้กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แก้ปัญหาในแนวรับไม่ตก โดยเฉพาะเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ผลัดกันไปนอนเล่นในโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ไป ๆ มา ๆ จึงต้องใช้งาน แฟร์นานดินโญ่ แก้ขัด ผลที่ออกมาก็ชัดเจนว่ามันไม่เวิร์คอย่างที่คิด กระนั้นการการันตีโควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คงไม่ใช่เรื่องที่เหนือกว่าบ่าแรง

ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเกือบจะสร้างปาฏิหาริย์ได้เหมือนเมื่อปี 2015/16 ก็มาแผ่วปลายเช่นกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้เมื่อเทียบด้านขุมกำลังที่ไม่ได้มีมากพอจะทดแทนกันทุกตำแหน่งเหมือนสโมสรยักษ์ใหญ่ แต่ก็ต้องชื่นชมการบริหารงานของ “เสี่ยต๊อบ” อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรชาวไทย และช่วยให้เห็นทิศทางในอนาคตอันสดใสไม่แพ้ยุคของ “เจ้าสัววิชัย” คุณพ่อผู้ล่วงลับ

ด้านยักษ์ใหญ่รายอื่น ฤดูกาล 2019/20 เหมือนยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มการแข่งขัน โดยเฉพาะ อาร์เซนอล กับ สเปอร์ส ที่การเสริมทัพดูเก้ ๆ กัง ๆ ไร้แบบแผน ผลสุดท้ายทั้งคู่มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชเมื่อผ่านไปครึ่งทาง ส่วนทางฝั่ง เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พอยอมรับได้ เนื่องจากกำลังเริ่มต้นสร้างทีมใหม่ในยุคของกุนซือหนุ่มอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ซึ่งถึงเวลานี้ พรีเมียร์ ลีก เหลือการแข่งขันอีกประมาณ 9 นัด ภาพรวมก็อย่างที่เราบอกไป คือ ลิเวอร์พูล แชมป์นอนมาแน่ ๆ ส่วน แมนฯ ซิตี้ โควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าศาลกีฬาโลก จะยืนกรานตามคำตัดสินของ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เรื่องการปลอมแปลงรายรับ ที่จะทำให้ “เรือใบสีฟ้า” โดนแบนห้ามลงเล่นฟุตบอลยุโรปนาน 2 ปี ส่อแววถึงขั้นแพแตกกันเลยทีเดียว

หากศาลกีฬาโลกยืนคำตัดสินเดิม หมายความว่าโควตาจะเปลี่ยนทันที ทีมอันดับ 5 จะได้สิทธิไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเวลานี้กำลังขับเคี่ยวกันระหว่าง เลสเตอร์, เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, วูล์ฟส์, เชฟฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, อาร์เซนอล และอาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่เราได้เห็นสโมสรระดับกลาง ๆ บนเวทีพรีเมียร์ ลีก แทรกตัวขึ้นไปเล่นบอลถ้วยระดับท็อปของยุโรปได้มากกว่า 1 ทีม

ปิดท้ายที่สถานการณ์ดิ้นรนหนีการตกชั้น ตอนนี้ นอริช อาการร่อแร่กว่าใครเพื่อน เนื่องจากมีแต้มห่างจากพื้นที่ปลอดภัยถึง 6 คะแนน และเมื่อพิจารณาจากผลงานของพวกเขาก็แทบจะจองศาลารอได้เลย ส่วนอีก 2 ที่ว่าง จะเป็นการหนีตายของ วิลล่า, บอร์นมัธ, วัตฟอร์ด, เวสต์แฮม และ ไบรจ์ตัน ที่แต้มไล่เลี่ยกันชนิดต้องวัดกันนัดต่อนัดเลยทีเดียว

โดยสโมสรจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่รอเลื่อนชั้นขึ้นมา ตอนนี้น่าจะค่อนข้างชัวร์ คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอยู่ ส่วนพวกที่ลุ้นตั๋วเพลย์ออฟ กอปรไปด้วย ฟูแล่ม, เบรนท์ฟอร์ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, เปรสตัน, บริสตอล ซิตี้, มิลล์วอลล์, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส,  สวอนซี ซิตี้, ดาร์บี้ เคาน์ตี้ และ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส