เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

ทำเอาแฟนการ์ตูน กัปตันสึบาสะ ผิดหวังไม่น้อย หลัง ญี่ปุ่น ชวดชิงกับ บราซิล เหมือนในมังงะ
เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

สำหรับแฟนบอลชาวไทย โดยเฉพาะคนยุค 80-90 มั่นใจเหลือเกินว่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80-90 น่าจะเติบโตมากับมังงะลูกหนังระดับตำนานอย่าง “กัปตันสึบาสะ”

สตอรี่ของหนุ่มน้อยผู้มีใจรักในกีฬาลูกกลมๆ มีคำพูดติดบ้านตลอดทั้งเรื่องว่า “ฟุตบอลคือเพื่อน” ได้รับความนิยมอย่างมาก หนังสือก็ขายดิบขายดีกว่า 65 ล้านเล่ม เป็น Best Seller ติดท็อปไฟต์การ์ตูนกีฬาที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของญี่ปุ่น

ในช่วงที่กีฬาเบสบอลคือเบอร์ 1 ของญี่ปุ่น “โคชิงเอ็ง” คือความฝันของเด็กๆ มันไม่ง่ายเลยที่มังงะฟุตบอล ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่ในยุคนั้นจะได้รับความนิยม แต่โจทย์ที่ยากดังกล่าวคือแรงบันดาลใจที่ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ถือกำเนิด

โอโสระ สึบาสะ ผู้ฝันที่จะเป็นสุดยอดนักเตะ ถูกอาจารย์ โยอิจิ ทาคาฮาชิ เขียนบทให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ มีกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น เรื่องราวถูกเล่าตั้งแต่ฟุตบอลโรงเรียน ที่ต้องแข่งขันเป็นตัวแทนเขต ตัวแทนจังหวัด ก่อนไปชิงชัยระดับประเทศ

ภายหลังพา นันคัตสึ คว้าแชมป์อยู่หลายสมัย ในที่สุด สึบาสะ และพวกพ้องก็ก้าวสู่การเป็นตัวแทนทีมชาติญี่ปุ่น ลุยศึกฟุตบอลโลกระดับยุวชน แน่นอนว่าแม้จะมีศัตรูที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่ตอนจบของเรื่องทีมของพระเอกก็ชนะอยู่ดี

เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

แม้จะมีเนื้อเรื่องต่อมาอีกเรื่อยๆ แต่ส่วนตัวผู้้เขียนคิดว่าภาค “เยาวชนโลก” คือสตอรี่ที่สนุกที่สุด ตัวเอกที่ไปเล่นฟุตบอลอาชีพที่บราซิล ได้เจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้ออย่าง ซานตาน่า และมีภารกิจสำคัญคือพาทีมชาติญี่ปุ่นคว้าเวิลด์ยูธ

ด้วยลายเส้นที่ชัดเจนขึ้น สัดส่วนตัวละครที่สวยงามขึ้น รวมถึงเนื้อเรื่องที่เข้มข้น กว่าจะตะลุยผ่านรอบคัดเลือกโซนเอเชียเล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น แถมได้เจอทีมชาติไทยที่มี บุนนาค และสามพี่น้องกรสวัสดิ์ ยิ่งทำให้อรรถรสในการติดตามดูสนุกขึ้นเยอะ

ขณะที่รอบสุดท้ายแม้จะดูรวบรัดไปนิด แต่แน่นอนว่าฉากจบที่ถูกปูทางไว้เป็นอย่างดี ญี่ปุ่น ได้เข้าชิงชนะเลิศกับ บราซิล ที่นำทีมโดย โรแบร์โต้ ฮอนโก โค้ชผู้ึฝึกสอน สึบาสะ มากับมือ ได้ดวลแข้งกับ ซานตาน่า อีกครั้ง คือความสนุกที่หยุดอ่านไม่ได้จริงๆ

ยิ่งขุนพล “แซมบ้า” มีไม้ตายลับอย่าง นาทูเลซ่า ที่โคตรจะเก่งกาจ แต่สุดท้าย การ์ตูน ก็คือ การ์ตูน ไม่มีวันเลยที่พระเอกของเราอย่าง สึบาสะ จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

“สู้เพื่อฝัน” คือหัวใจหลักที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอดไปยังผู้อ่่าน จากที่ญี่ปุ่นมีแค่ลีกกึ่งอาชีพ ฟุตบอลเอเชียนคัพ หรือฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ไม่เคยจะได้สัมผัส แต่หลังจากที่ สึบาสะ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ ทั่วประเทศ มันได้กลายเป็นจุดสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนวงการลูกหนังแดนปลาดิบไปโดยสิ้นเชิง

 
เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

นักเตะดังๆ อย่าง ฮิเดโตชิ นาคาตะ, ชุนซุเกะ นากามูระ, หรือ โยชิคัตสึ คาวางุจิ ต่างยอมรับว่าการ์ตูนเรื่องนี้คือแรงบันดาลใจในวันเด็ก ทำให้ใครบางคนเปลี่ยนใจจากกีฬาเบสบอล มาเอาดีในเกมลูกหนังอย่างเต็มตัว

และทุกวันนี้ ญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในชาติที่เป็นเบอร์ต้นๆ ของเอเชีย พวกเขาส่งออกนักเตะไปค้าแข้งในยุโรปอย่างมากมาย ได้แชมป์เอเชี่ยน คัพ ไปแล้วถึง 4 สมัย และผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก มาตลอดนับตั้งแต่ “ฟรองก์ 98”

ด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง บวกกับการได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 2021 หรือ “โตเกียวเกมส์” และในกติกาที่ใช้ผู้เล่นส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 23 ปี ในรุ่นนี้ที่ร่างกายและฝีเท้าไม่ห่างกันมาก มันไม่แปลกใจเลยที่ขุนพล “ซามูไร” จะตั้งเป้าไว้สูงถึงขั้นคว้าเหรียญทอง

ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นพวกเขาทำผลงานสุดยอดชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาถล่มทีมใหญ่อย่าง ฝรั่งเศส ขาดลอย 4-0 แถมรอบ 16 ทีมยังโกงตายเบียดชนะ นิวซีแลนด์ ด้วยการยิงจุดโทษ ผ่านเข้าสู่รอบรองฯ ไปเจอหนึ่งในทีมเต็งอย่าง สเปน

นาทีนั้นเชื่อว่าแฟนบอลหลายคนเอาใจช่วยทีมเจ้าภาพอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคอมังงะที่มันจะสุดยอดมากๆ หาก ญี่ปุ่น สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ บราฺซิล เหมือนในการ์ตูน “กัปตันสึบาสะ” ภาคเยาวชนได้เขียนเอาไว้

อย่างไรก็ตาม “เรื่องจริงไม่เหมือนในการ์ตูน” ขุนพลแดนปลาดิบสู้อย่างเต็มที่และสมศักดิ์ศรีแล้ว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังเสียท่าต่อทีม “กระทิงดุ” ที่มาได้ประตูชัยจาก มาร์โก อเซนซิโอ ในช่วงต่อเวลาพิเศษนาทีที่ 115

นาเสียดายที่หนนี้ ญี่ปุ่น ก็ยังทำไม่ได้เหมือนดั่งการ์ตูนที่เป็นแรงบันดาลใจ แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าสโลแกนที่พวกเขาตั้งไว้ว่า “ความฝันทำให้เราแข็งแกร่ง” มันช่วยให้พวกเขาพัฒนาได้จริงๆ

และนี่ก็คือ เรื่องจริงไม่เหมือนการ์ตูน (สึบาสะ)

สปอร์ตพูลออนไลน์ เจาะลึกทุกสนาม ตามติดทุกลีก ติดตามผลบอล Fantasy Premier League ไทย