ย้อนรอยแชมป์คอมมิว!จบซีซั่นใครแชมป์พรีเมียร์ลีก

ย้อนรอย 10 ปีหลังสุด ทีมแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จบลีกยังไง แล้วใครแชมป์พรีเมียร์ลีก
ย้อนรอยแชมป์คอมมิว!จบซีซั่นใครแชมป์พรีเมียร์ลีก

มีคนว่ากันไว้ใครได้แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ มักชวดพรีเมียร์ลีก วันนี้ย้อนรอย 10 ปีหลังคำกล่าวนี้จริงหรือไม่

ย้อนรอยแชมป์คอมมิว!จบซีซั่นใครแชมป์พรีเมียร์ลีก / เกื้อบ้านไกล

ปี 2020 นับเป็นปีที่โลกลูกหนังโกลาหลมากๆ เนื่องจากพิษการแพร่ระบาดของเชื้อร้าย โคโรน่าไวรัส ที่ทำให้ฟุตบอลลีกต้องหยุดไป 3 เดือน รวมถึงศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ต้องเลื่อนออกไป 1 ปี

หลายๆ ลีกจบช้ากว่ากำหนด แต่ต้องบี้ให้ลีกซีซั่นใหม่เปิดให้เร็วที่สุด ทำให้การเตรียมทีมต่างๆ เป็นไปแบบทุลักทุเล อย่างฟุตบอลถ้วยประเพณีแชมป์ลีกชนแชมป์บอลถ้วย ก็ต้องแหกจารีตเดิมๆ ไปแบบมัดมือชก

อย่าง คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ปกติจะเตะก่อนลีกเปิด 1 สัปดาห์ ล่าสุดก็ต้องมาหวดเร็วกว่าเดิม 2 อาทิตย์ เพราะต้องเว้นระยะให้โปรแกรมทีมชาติ โดยเฉพาะ ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ได้มีคิวลงเตะกันบ้าง

และอย่างที่เรารู้กัน อาร์เซนอล คือทีมล่าสุดที่ได้โลห์การกุศลไปครอง หลังเบียดชนะ ลิเวอร์พูล ด้วยการยิงจุดโทษ 5-4 ซึ่งงานนี้ไม่รู้ว่าแฟนบอล หงส์แดง จะเสียใจหรือดีใจมากกว่ากัน

เพราะมีคนพูดกันว่าหากทีมใดคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ มักจะพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกเสมอ งานนี้เราจะไปพิสูจน์ความจริงช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างที่เขาว่ากันหรือไม่ แล้วทีมแชมป์รายการนี้จบซีซั่นด้วยอันดับที่เท่าไรกันบ้าง

2010

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ยูไนเต็ด

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูไนเต็ด

จากการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ของ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ทำให้ทีมที่จะฟาดแข้งกับพวกเขาในรายการปรีซีซั่นก่อนเปิดลีกคือรองแชมป์อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทาง ผีแดง ที่ทำได้ดีกว่าชนะไป 3-1 โดยไฮไลท์อยู่ที่ประตูสุดฮาของ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ ที่เตะอัดหน้าตัวเองเข้าประตูไป

ส่วนในพรีเมียร์ลีก ก็ยังเป็นลูกทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำได้ดีกว่าใครๆ จบซีซั่นคว้าแชมป์โดยทิ้งห่าง “สิงห์บลู” และ แมนฯ ซิตี้ ถึง 9 คะแนน และหลังจบซีซั่น อันเชล็อตติ กลายเป็นแพะรับบาปโดน โรมัน อบราโมวิช ปลดออกจากตำแหน่งกุนซือเซ่นผลงานไร้โทรฟี่อีกด้วย

2011

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ยูไนเต็ด

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้

ซีซั่นถัดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ในฐานะแชมป์ลีกได้มาชิงโลห์การกุศลอีกครั้ง แต่หนนี้กลายเป็นคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ซิตี้ ดีกรีแชมป์เอฟเอ คัพ ที่เป็นผู้ท้าชิง ปรากฎว่าทั้งสองทีมสู้กันอย่างสููสี เรือใบสีฟ้า นำก่อนถึง 2-0 แต่าโดน ผีแดง ยิงคืน 3 ลูกรวด รวมถึงประตูชัยของ นานี่ ในนาที 90+4

อย่างไรก็ตามในพรีเมียร์ลีกต้องบอกว่าลูกทีมของ โรแบร์โต้้ มันชินี่ เอาคืนได้แบบเจ็บแสบ เพราะ 2 อริร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ ต้องมาชิงแชมป์กันในนัดสุดท้าย แต่ก็เกิดเรื่องดราม่าช่วงทดเจ็บ เอดิน เชโก้ ยิงนาที 92 เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงนาที 94 พลิกชนะ ควีนส์ปาร์ค 3-2 แย่งแชมป์จาก ผีแดง ด้วยกฎประตูได้เสียหลังมี 89 คะแนนเท่ากันพอดี

2012

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ซิตี้

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ยูไนเต็ด

เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ในปี 2012 ไม่ได้จัดแข่งที่เวมบลี่ย์ เหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากโปรแกรมไปชนกับ โอลิมปิกเกมส์ พอดี ทำให้ แมนฯ ซิตี้ แชมป์ลีก และเชลซี แชมป์เอฟเอ คัพ ต้องไปหวดกันที่ วิลล่า ปาร์ค ก่อนเป็น เรือใบสีฟ้า ที่เฉือนชนะไปได้แบบสนุก 3-2

อย่างไรก็ตามในเกมลีก แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิม หนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำม้วนเดียวจบซิวแชมป์แบบไร้คู่้แข่ง เป็นการปิดฉากการคุมทีมของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่สวยหรูและเป็นแชมป์ลีกสมัยสุดท้ายของ ผีแดง จนถึงตอนนี้ ส่วน เรือใบสีฟ้า ปลด มันชินี่ เซ่นผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน

2013

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ยูไนเต็ด

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้

แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้กุนซือคนใหม่ เดวิด มอยส์ ถือว่าโชคดีมากๆ ที่งานแรกในการคุมทีมจาก เซอร์อเล็กซ์์ ไม่ได้หนักอะไรมากมาย เพราะแชมป์เอฟเอ คัพ อย่าง วีแกน ต้องบอกว่ามาตรฐานห่างกันเยอะ ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาด ผีแดง สอยนิ่มๆ 2-2 จาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ทั้งสองลูก

อย่างไรก็ตามผลงานในเกมลีกต้องบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นแห่งความตกต่ำของ ผีแดง หลังพวกเขาเล่นแย่จบอันดับ 7 ขณะที่ มอยส์ ก็อยู่ไม่ครบพรรษาโดนปลดในเดือนเมษายน ส่วนแชมป์ซีซั่นนั้นเป็นทาง เรือใบสีฟ้า ของกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ ที่เบียด ลิเวอร์พูล ในโค้งสุดท้าย พร้อมฉายา “เจอร์ลื่น” อันเป็นตำนาน

2014

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : อาร์เซนอล

แชมป์พรีเมียร์ลีก : เชลซี

แม้จะมีดีกรีเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่การมาเล่นในเกมการกุศลต้องบอกว่า อาร์เซนอล ดีกรีแชมป์เอฟเอ คัพ ไม่มีไว้หน้าแต่อย่างใด ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมไล่ถล่มไปขาดลอย 3-0 ได้ประตูจาก ซานติ กาซอร์ล่า, อารอน แรมซี่ย์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ไม่ใช่แค่ถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ใบเดียวเท่านั้นที่ เรือใบสีฟ้า พลาดเป้า แต่ปีนั้นต้องบอกว่า เปเญกรินี่ มือเปล่าไม่ได้อะไรเลย แชมป์พรีเมียร์ลีกเจอฟอร์มสุดแกร่งของ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ควบม้วนเดียวคว้าแชมป์ไปแบบไร้ทางสู้ โดนทิ้งห่างถึง 8 คะแนน

2015

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : อาร์เซนอล

แชมป์พรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์

แม้ผลงานในลีกจะจบแค่อันดับ 3 แต่ อาร์เซนอล ก็ได้กลับมาชิงแข่งในคอมมิวนิตี้ ชิลด์ อีกครั้งหลังป้องกันแชมป์เอฟเอ คัพ ไว้ได้ โดยงานนี้เจอกับ เชลซี ของมูรินโญ่ ที่สถิติเก่าๆ ข่มทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ มิดด้าม แต่ไม่ใช่กับเกมนี้ หลัง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน เป็นฮีโร่ยิงประตูโทนให้ ปืนใหญ่ ซิวถาดการกุศลอีกสมัย

ส่วนในเกมลีกซีซั่นนั้นจริงๆ อาร์เซนอล มีโอกาสดีที่จะกลับมาคว้าแชมป์มากๆ เพราะคู่แข่งอย่าง เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างฟอร์มบู่กันหมด แต่สุดท้าย ปืนใหญ่ ก็ไม่ได้ดั่งหวัง เจอปาฏิหาริย์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมม้ามืดที่ปาดแชมป์ไปครองได้แบบเหลือเชื่อสุดๆ

2016

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ยูไนเต็ด

แชมป์พรีเมียร์ลีก : เชลซี

แม้ หลุยส์ ฟาน กัล จะพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ แต่วาระสุดท้ายเจ้าตัวก็ไม่ได้คุมทีมต่อ ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แยกทางกับ เชลซี ระหว่างซีซั่นได้เข้ามาเสียบแทน และเป็นฝ่ายพาทีมเอาชนะ เลสเตอร์ ไปด้วยสกอร์ 2-1 โดยได้ประูตูชัยจาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก่อนหมดเวลา 7 นาที

การต้องเล่นบอลยุโรปเป็นครั้งแรกทำให้ เลสเตอร์ ไม่สามารถรักษาฟอร์มไว้ได้ พวกเขาหล่นไปจบถึงอันดับ 12 ส่วนแชมป์ลีกตกเป็นของ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่แม้จะสตาร์ตแย่ แต่อยู่ดีๆ ก็คลิ๊กกับระบบ 3-4-3 จนเก็บแต้มเป็นกอบเป็นกำถึง 90 คะแนน

2017

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : อาร์เซนอล

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้

หลังเพิ่งห่ำหั่นกันในเกมเอฟเอ คัพ ซึ่งเป็นทาง อาร์เซนอล ที่เบียดชนะไปได้ 2-1 ทำให้ทั้งสองทีมต้องโคจรมาเจอกันอีกครั้งให้หลังไม่ถึง 3 เดือน โดยหนนี้ทั้งสองทีมยังสู้กันสูสี 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษ ผลปรากฎว่า อาร์เซนอล แม่นกว่าชนะไป 4-1 และกลายเป็นแชมป์ถ้วยสุดท้ายของ เวนเกอร์ กับ ปืนใหญ่ ด้วย

นอกจากจะเสียแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แล้ว เส้นทางของ คอนเต้ คล้ายๆ กับ อันเชล็อตติ เป๊ะเลย เกมลีกผลงานไม่เหมือนเดิม มีปัญหากับบอร์ดจนจบซีซั่นต้องแยกทางกัน ส่วนแชมป์ต้องยอมให้เขาจริงๆ สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่สร้างสถิติเก็บแต้มมากที่สุดที่ 100 คะแนน

 

2018

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ซิตี้

แชมป์พรีเมียร์ลีก : แมนฯ ซิตี้

ไม่รู้เหมือนกันว่า “เสี่ยหมี” ติดใจอะไรกับกุนซือชาวอิตาเลี่ยน หลังแยกทางกับ คอนเต้้ ที่พาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ก็ไปดึง เมาริซิโอ ซาร์รี่ มาคุมทีมแทน โดยเกมแรกคือดวลกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในบอลการกุศล ซึ่งนาทีนั้นต้องบอกว่าสู้ยาก สุดท้ายแพ้ไป 0-2 เซร์คิโอ อเกวโร่ เหมาคนเดียว 2 ประตู

ส่วนเกมลีกถือเป็นหนึ่งซีซั่นที่การลุ้นแชมป์สนุกมากๆ ลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ยกระดับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์เต็มตัว แต่สุดท้าย เรือใบ ยังเก๋าอยู่กวาดไป 98 คะแนนเฉือน หงส์แดง ที่ไปคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในภายหลังเพียงคะแนนเดียว

2019

แชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : แมนฯ ซิตี้

แชมป์พรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล

เรียกว่าเป็นคู่ปรับแห่งยุคไปแล้วสำหรับ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ในตอนนี้ หลัง เรือใบสีฟ้า คว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทำให้อันดับ 2 อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้โอกาสมาชิมลางกันก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งเกมเป็นไปแบบสูสี 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษซึ่งลูกทีมของ เป๊ป แม่นยำกว่า

อย่างไรก็ตาม หงส์แดง เหมือนบอลรอระบาย เล่นดุดันเก็บชัยชนะได้ถึง 32 นัด เก็บไป 99 คะแนน ทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ ถึง 17 แต้ม ความเสียวเดียวของ ลิเวอร์พูล คือการเจอวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้ลีกหยุดไป 3 เดือน และสุ่มเสี่ยงที่จะไม่แข่งต่อเท่านั้น ส่วนคู่แข่งต้องบอกว่าไม่มีเลย

และนี่ก็คือ ย้อนรอยแชมป์คอมมิว!จบซีซั่นใครแชมป์พรีเมียร์ลีก หากท่านชื่นชอบบทความของพวกเรา ติดตามพวกเราได้ที่ Sportpool.online ข่าวฟุตบอล วงการกีฬาไทย และต่างประเทศประเทศ : ฟุตบอลพรีเมียลีก ทีเด็ดบอลชุด เซียนสเต็ป