ท็อป10แนวรับค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เบน ชิลเวลล์ ที่เพิ่งย้ายซบ เชลซี ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ คุณคิดว่าเขาแพงอันดับเท่าไรที่สุดในโลก
ท็อป10แนวรับค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เบน ชิลเวลล์ ที่เพิ่งย้ายซบ เชลซี ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ คุณคิดว่าเขาแพงอันดับเท่าไรที่สุดในโลก

ท็อป10แนวรับค่าตัวแพงที่สุดในโลก / เกื้อบ้านไกล

แม้หลายๆ สโมสรจะโดนพิษวิกฤติโควิด-19 เล่นงาน จนแทบจะไม่อยากขยับเขยื้อนอะไรมากนักในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ แม้ว่าค่าตัวนักเตะหลายๆ คนจะไม่แพงเว่อร์เหมือนที่ผ่านมาๆ ก็ตาม

อย่างไรก็ตามต้องยกเว้น เชลซี ไว้ 1 สโมสร การที่พวกเขาติดโทษแบน 2 ตลาดซื้อขาย แม้จะอุทรณ์ตลาดหน้าหนาวมาได้เมื่อต้นปี แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ลงทุนคว้าใครมาเสริมทีมแม้แต่รายเดียว

อารมณ์ตอนนี้คงเหมือนกลัวเงินบูด พวกเขาประเคนงบให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ช็อปปิ้งอยางมันมือ นอกจาก ฮาคิม ซิเย็ค และ ติโม แวร์เนอร์ ที่ดึงมาเสริมแนวรุกด้วยค่าตัวรวมกันกว่า 85 ล้านปอนด์

ล่าสุดก็จัดไปอีก 50 ล้านปอนด์ ดึง เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งมาจาก เลสเตอร์ แบบสดๆ ร้อนๆ

ด้วยค่าตัวขนาดนี้ทำให้ ชิลเวลล์ ติดชาร์ตกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที โดยอยู่อันดับ 8 ร่วมกับ ไคล์ วอล์คเกอร์, ดาวิด ลุยซ์ และ อารอน วาน บิสซาก้า

ส่วนอันดับอื่นๆ ในท็อปเทน จะมีใครกันบ้าง แล้วใครคือคนที่อยู่บนยอดหอคอยในเวลานี้ เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่เดาได้ไม่ยากหรอก

1.แฮร์รี่ แม็คไกวร์

ค่าตัว : 80 ล้านปอนด์

การย้าย : เลสเตอร์ >>> แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังทนทุกข์ทรมานกับฝีเท้าของ คริส สมอลลิ่ง และ ฟิล โจนส์ มานาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จัดการปฎิวัติเกมรับของทีมใหม่ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา ดึง 2 แนวรับค่าตัวรวมกันกว่า 130 ล้านปอนด์ แต่กว่าจะปิดดีล แม็คไกวร์ กับทาง เลสเตอร์ ได้กินเวลานานถึง 2 เดือน

สำหรับฤดูกาลแรกในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ถือว่าน่าพอใจ ทำได้ดีถึงขั้นได้รับความไว้วางใจให้เป็นกัปตันทีม อย่างไรก็ตามล่าสุดเจ้าตัวถูกจับกุมที่กรีซ ถูกตัดสินจำคุกถึง 21 เดือน จนต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษ ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบมายังต้นสังกัดด้วยหรือไม่

2.เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค

ค่าตัว : 75 ล้านปอนด์

การย้าย : เซาธ์แฮมป์ตัน >>> ลิเวอร์พูล

เรื่องฝีเท้าเอาจริงๆ ฟาน ไดจ์ค พอมีชื่อมาตั้งแต่อยู่กับ กลาสโกว์ เซลติก การย้ายมาอยู่กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็มีผลงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่ ลิเวอร์พูล ยอมทุ่ม 75 ล้านปอนด์ ตอนนี้ก็ถูกปรามาสไว้เยอะว่าใช้เงินไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม ฟาน ไดจ์ค พิสูจน์แล้วว่าเขาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ หลังพา หงส์แดง คว้าได้ทั้งแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และพรีเมียร์ลีก ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา

3.ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ

ค่าตัว : 70 ล้านปอนด์

การย้าย : แอต.มาดริด >>> บาเยิร์น

ชื่อของ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ เป็นที่จับตามองมากๆ หลังมีส่วนช่วยให้ ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1998 ก่อนที่ซีซั่นต่อมาทีมดังจากแคว้นบาวาเรีย จะยอมทุ่มเงินก้อนโตดึงมาร่วมทีมตั้งแต่เดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตามแม้จะย้ายมาด้วยค่าตัวแสนแพง แต่การบาดเจ็บยาวทำให้ต้องเสียตำแหน่งแบ็กซ้ายให้กับเด็กหนุ่มอย่าง อัลฟองโซ่ เดวิส ซึ่งดูแล้วน่าจะแย่งคืนยากด้วย งานนี้ให้ไปลุ้นแย่งตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟที่พอเล่นได้น่าจะได้ลุ้น 11 ตัวจริงง่ายกว่าอีก

4.มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์

ค่าตัว : 67.5 ล้านปอนด์

การย้าย : อาแจ็กซ์ >>> ยูเวนตุส

หลังจากพา อาแจ็กซ์ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้ซัมเมอร์ที่ผ่านมาชื่อของ เดอ ลิกต์ กลายเป็นแข้งเนื้อหอมที่บรรดาทีมใหญ่ทั้ง บาร์เซโลน่า และ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากดึงตัวไปรวมทีม

แต่สุดท้ายเป็น ยูเวนตุส ที่เสือปืนไวแย่งลายเซ็นต์ไปได้ อย่างไรก็ตามปีแรกในเซเรียอา ของ เดอ ลิกต์ ยังไม่ค่อยน่าประทับใจนัก โดยเฉพาะช่วงต้นๆ ที่ผิดพลาดบ่อย แต่ยังดีที่ปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้เป็นตัวหลักของทีมไปแล้ว

5.เจา คันเซโร่

ค่าตัว : 60 ล้านปอนด์

การย้าย : ยูเวนตุส >>> แมนฯ ซิตี้

นับตั้งแต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีม เรือใบ ยอดเงินส่วนใหญ่ที่เขาใช้จ่ายส่วนใหญ่ไปกับการแก้ปัญหาเกมรับ โดยซีซั่นล่าสุดก็จัดไปถึง 60 ล้านปอนด์ เพื่อดึงแบ็กขวาฟอร์มดีอย่าง เจา คันเซโร่ มาจาก ยูเวนตุส โดยต้องยอมสลับขั้ว ดานิโล่ ให้กับ เบียงโคเนรี่ ด้วย

อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะเป็นการซื้อขายที่ไม่เข้าเป้า เพราะ คันเซโร่ มีปัญหาในการปรับตัวไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ ได้ ช่วงท้ายซีซั่นได้ลงบ่อยขึ้นหน่อย แต่ก็เป็นตัวแก้ขัดในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เป็นปัญหาอยู่

6.อายเมริค ลาปอร์กต์

ค่าตัว : 57 ล้านปอนด์

การย้าย : แอธ.บิลเบา >>> แมนฯ ซิตี้

หลังจากพลาดเป้าไม่ได้ตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องเปลี่ยนเป้าหมายก่อนเลือกไปคว้าสตาร์แนวรับของ แอธเลติก บิลเบา มาร่วมทีมในเดือนมกราคม 2018 เพื่อเป็นพาร์ตเนอร์กับ จอห์น สโตนส์ สมัยที่ฟอร์มยังไม่ตก

เซนเตอร์ฮาล์ฟฝรั่งเศส กลายเป็นแนวรับเบอร์ 1 ของทีมหลัง แว็งซ็องต์ กอมปานี ย้ายทีม ซึ่งเรื่องของฝีเท้าไม่มีใครสงสัย เกมรับดี เกมรุกก็เซ็ตเกมได้ ซีซั่นนี้ที่ เรือใบ ออกทะเลไม่ได้ลุ้นแชมป์ตั้งแต่หัววันก็จุดเริ่มต้นก็มาจากที่ ลาร์ปอร์กต์ เจ็บยาวตั้งแต่เดือนกันยายน

 

7.แบ็งฌาแม็ง เมนดี้

ค่าตัว : 52 ล้านปอนด์

การย้าย : โมนาโก >>> แมนฯ ซิตี้

เมนดี้ ย้ายมาร่วมทีมหลังจาก เรือใบสีฟ้า ไม่กี่อาทิตย์หลังทีมเพิ่งปิดดีล ไคล์ วอล์คเกอร์ แต่ถ้าวัดในเรื่องของความน่าพึ่งพอใจ ต้องบอกว่าแบ็กซ้ายจาก โมนาโก สอบตกโดนสิ้นเชิงแม้จะยังอยู่รอดจนถึงชุดปัจจุบันก็ตามที

ปัญหาหลักๆ ของ เมนดี้ คือการบาดเจ็บบ่อยครั้ง และเคยเจ็บเข่าหนักๆ ถึงขั้นผ่าตัดถึง 2 หน รวมๆ แล้วขาดเวลาลงสนามถึง 487 วัน รวมแล้ว 2 ปีแรกเล่นในพรีเมียร์ลีกแค่ 17 เกมเท่านั้น

8.ไคล์ วอล์คเกอร์

ค่าตัว : 50 ล้านปอนด์

การย้าย : สเปอร์ส >>> แมนฯ ซิตี้

หลังปีแรกที่ล้มเหลว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจยกแผงแบ็กโฟร์ใหม่เกือบหมด โดยเฉพาะฟูลแบ็ก 2 ข้างที่เอาเหล่าอาวุโสโอเคอย่าง พาโบล ซาบาเลต้า และ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ออกก่อนทุ่มหนักกว่า 120 ล้านปอนด์เพื่อแข้งใหม่ในตำแหน่งนี้
โดย วอล์คเกอร์ ดีกรีทีมชาติอังกฤษ ถูกดึงมาจาก สเปอร์ส แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวเป็นเพียงแผนบีของกุนซือสแปนิช แต่เพราะ ดานี่ อัลเวส อดีตลูกศิษย์เก่าเลือกย้ายไป ปารีสฯ ทำให้หวยต้องมาออกที่เขา แต่ก็พูดได้อยูี่่ว่าเป็นดีลที่คุ้มค่ามากๆ

8.ดาวิด ลุยซ์

ค่าตัว : 50 ล้านปอนด์

การย้าย : เชลซี >>> ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ดีลของกองหลังหัวฟู คือหนึ่งในการตลาดที่ดีที่สุดของ เชลซี นับตั้งแต่ได้ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช เทคโอเวอร์สโมสรเลยก็ว่าได้ เพราะพวกเขาได้ ลุยซ์ มาจาก เบนฟิก้า ในราคา 25 ล้านปอนด์ แต่สามารถขายต่อได้กำไรถึง 2 เท่าหลังใช้งานมาหนักถึง 4 ปีเต็ม

และเรื่องไม่ได้จบแค่นั้น เพราะพวกเขาไปดึงแนวรับแซมบ้ากลับมาร่วมทีมอีกคำรบในปี 2016 ด้วยค่าตัวที่ถูกลงถึง 16 ล้านปอนด์ เทียบกำไรที่ได้บวกกับผลงานที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างละ 1 สมัย รวมถึง ยูโรป้าลีก อีก 2 สมัย ไม่ให้ชมว่าสุดยอดได้อย่างไร

8.อารอน วาน บิสซาก้า

ค่าตัว : 50 ล้านปอนด์

การย้าย : คริสตัล พาเลซ >>> แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังแจ้งเกิดด้วยการยืดตัวจริงของ คริสตัล พาเลซ ในฤดูกาล 2018-19 การเป็นแบ็กขวาที่มีเกมรับแน่นหนา มีจุดเด่นในเรื่องการดวล 1-1 และการสกัดบอลที่แม่้นยำ ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นเป้าหมายในการปรับเกมรับของทีม “ผีแดง”

แน่นอนว่าหากเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อตัวมักถูกโกงค่าตัวเสมอ และหนนี้ พาเลซ ก็เคี้ยวลากดินกินค่าตัวเด็กปั้นไปเน้นๆ 50 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ผีแดง ก็ถือว่าคุ้มอยู่เพราะ วาน บิสซาก้า มีฟอร์มที่น่าพอใจ และเป็นหนึ่งในเสาหลักของทีมเวลานี้

8.เบน ชิลเวลล์

ค่าตัว : 50 ล้านปอนด์

การย้าย : เลสเตอร์ >>> เชลซี

เอาจริงๆ ดีลนี้ไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์นัก เพราะ เชลซี แสดงความจำนงมาตลอดฤดูกาลว่าพวกเขาต้องการแบ็กซ้ายคนใหม่ หลัง แฟรงค์ แลมพาร์ด ไม่ปลื้มฟอร์มของ เอแมร์ซอน และ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่เกมรับไม่ค่อยดีทั้งคู่

ตอนแรก เลสเตอร์ ปักป้ายไว้แพงถึง 70 ล้านปอนด์ แต่ด้วยวิกฤติโควิด-19 ทำให้ราคาตกลง สุดท้ายปิดดีลที่ 50 ล้านปอนด์ นับเป็นการฟันกำไรครั้งใหญ่ของ “จิ้งจอกสยาม” อีกครั้งหลังเคยได้มาจากการขาย ริยาด มาห์เรซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาแล้ว

และนี่ก็คือ ท็อป10แนวรับค่าตัวแพงที่สุดในโลก หากท่านชื่นชอบบทความของพวกเรา ติดตามพวกเราได้ที่ Sportpool.online ข่าวฟุตบอล วงการกีฬาไทย และต่างประเทศประเทศ : ฟุตบอลพรีเมียลีก ทีเด็ดบอลชุด เซียนสเต็ป